มีเพื่อนๆถามมากันค่ะ ว่าเวลามาปารีสต้องทิปไหม และต้องทิปเท่าไหร่
ปารีสเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องมารยาทนะคะ ยิ่งมารยาทในร้านอาหารนั้น ยิ่งสำคัญเข้าไปอีก
แต่จากประสบการณืส่วนตัวนั้น พนักงานเสิรืฟไม่ได้คาดหวังกับทิปเท่าไหร่ค่ะ
คนที่นี่ส่วนใหญ่จริงๆแล้ว เวลาจ่ายเงิน จะจ่ายการ์ดที่เรียกว่า carte bleu ค่ะ
คล้ายๆเดบิต หรือเครดิต การ์ดบ้านเรานี่เอง
ยิ่งไปกว่านั้นคือคนที่นี่ปกติ go dutch คือจ่ายส่วนที่ตัวเองสั้่งค่ะ
เค้าไม่นิยมสั่งจานตรงกลางมาทานแล้วหารกันเหมือนบ้านเรานะคะ
เพราะฉะนั้น กรรมวิธีเวลาคิดเงินจะเป็นดังนี้ค่ะ
 พนักงานจะเดินคิดเงินทีละคนค่ะ ยกเว้นเราจะบอกว่าจ่ายรวมค่ะ
พนักงานจะถือเครื่องรูดการ์ดเดินมาที่ลูกค้าทีละคนและลูกค้าบอกจำนวนที่ต้องจ่ายของส่วนตัวเองค่ะ
หลังจากนันก็ ตัวใครตัวมันค่ะต่างคนต่างลุก มีน้อยครั้งมากๆที่จะเห็นคนวางเงินค่าทิปเอาไว้หลังจ่ายเงินนะคะ
เพราะฉะนั้น ไอวี่อยากจะบอกว่า ไม่ต้องรู้สึกเขิน หรือลำบากใจที่จะไม่วางทิปนะคะ เป็นเรื่องปกติมากๆค่ะ แม้แต่ในร้านอาหารดีๆค่ะ
ขอตัวไปทำงานก่อนนะคะไว้คราวหน้าจะมาเล่าประสบการณ์อื่นๆต่อค่ะ
สวัสดีค่ะ
จากที่ตั้งใจไว้ว่าจะเขียนแต่เรื่องเกี่ยวกับปารีส มา ณ วันนี้ขอนอกเรื่องด้วยการเขียนประสบการณ์แสนแย่ที่เจอมาเองในเมืองไทยค่ะ
เพื่อนฝรั่งที่มาเที่ยวเมืองไทยอยากตัดสูทค่ะ ค่าตัดสูทที่ปารีสที่เค้าตัดอยู่ราคาประมาณ 600 800 euro ค่ะ
เราก็บอกเค้าว่าแพงจังเลยเมืองไทยยังไงๆก็ไม่ถึง คุณภาพก็ไม่ต่างกันนะ มาลองตัดไม๊
เพื่อนฝรั่งตกลงโอเค เราก็เริ่มทำการสำรวจ หาในอินเตอร์เนต ว่าร้านไหนมีชื่อเสียง เพราะต้องการคุณภาพและราคาที่เหมาะสม คุณเพื่อนฝรั่งต้องการได้สูทคุณภาพดี ไม่ใช่สูทหลอกขายฝรั่ง หรือว่า สูทราคาถูกทีใช้เนื้อผ้าไม่ดี
สำหรับเค้าแล้วราคาที่ตำกว่า หกร้อย ยูโรและคุณภาพเทียบเท่า เค้าโอเคค่ะ
หลังจากทำการสำรวจบนอินเตอร์เนตแล้ว เห็นหลายเวบไซท์แนะนำ ร้านตัดสูทชื่อฝรั่งร้านหนึ่งค่ะ อยู่แถวๆสีลมนั่นเอง ทางร้านมีเวบไซท์เป็นของตัวเองเสียด้วย ประวัติร้าน มีรูปภาพ portfolio มีวีดีโอ บุคคลต่างๆที่อ้างว่าใส่สูทของร้านนี้  อ้างอิงถึงคุณภาพและลูกค้าว่าระดับคนดังและคนสำคัญ ของประเทศ รวมทั้ง นักข่าว ดารา นิยมมาตัดที่ร้านนี้ค่ะ ทั้งยังบอกว่าแม้แต่งานใหญ่ระดับประเทศ ก็มาทำที่ร้านนี้เช่นกัน จริงไม่จริงประการใด ไม่อาจทราบได้นะคะ
แลเห็นคำโฆษณาขนาดนี้แล้ว น่าจะมั่นใจได้ถึงคุณภาพ แต่อนิจจา ลืมนึกถึงเรื่อง service ค่ะ
ทางร้านไม่ได้ระบุบนเวบไซท์ไว้เสียด้วย ว่า บริการประทับใจ
ไอวี่จัดการโทรไปหาที่ร้านก่อนว่า งบเท่าๆนี้ๆ เวลาที่มี เท่านี้ๆ พอหรือไม่ ทางร้านบอกราคามา อยู่ในราคาที่เหมาะสมและรับได้ค่ะ คุณเพื่อนฝรั่งสนใจ ก็เลยตกลงกันว่าจะแวะไปบ่ายวันนั้นเองค่ะ
ลงรถไฟฟ้าศาลาแดงแล้ว เดินเข้าซอยแป๊บเดียวค่ะ ก็เจอร้าน หน้าตาดูดีทีเดียวค่ะ แลดูตกแต่งดีมีคุณภาพ
เปิดประตูผลัวะเข้าไปในร้านค่ะ ไม่มีลูกค้าเลยค่ะ จำได้ว่ามีพนักงานอยูสองสามคนค่ะ คนนึงแลดูยุ่งกับอะไรสักอย่างอยู่ ส่วนอีกคนซึ่งและดูยังหนุ่มอยู่แลดูว่าง
เดินเข้าไแล้ว พนักงานคนที่ว่าง ยืนอยู่เฉยๆค่ะ ไอวี่กับเพื่อนยืนรออยู่แวบนึง ไม่เห็นเดินมาสักที ไม่เป็นไร เราเดินข้าไปถามเองก็ได้
สนใจจะตัดสูทค่ะ ไม่ทราบว่ามีแบบมีผ้าให้เลือกไม๊คะแล้วต้องทำยังไงบ้างคะ (ไม่ทราบจริงๆค่ะว่าจะตัดสูทนี่ต้องวัดตัวแล้วกลับมาวัดใหม่ ลองใหม่ ยังไง กี่ครั้ง เพราะที่เมืองนอก ลองได้หนึ่งครั้งค่ะ ถ้าจะลองมากกว่านั้นเสียเงิน)
พนักงานหน้านิ่งสนิทก็ตอบกลับมาว่า ก็แล้วแต่คุณอ่ะครับ (พูดจะทำนองนี้นะคะ ไม่ได้พูดแบบนี้เป๊ะแต่แลดูไม่มีความ active ไม่ได้พยายามให้ข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ได้เชื้อเชิญให้ดูแบบ ดูผ้า ใดๆทั้งสิ้นค่ะ
ไอวี่นิ่ง และ งงไปอีกแวบนึง รอ ค่ะ รอว่าเค้าจะพูดอะไรต่อมากอีกไม๊
ไม่มีค่ะ ยืนนิ่งเหมือนเดิม
เลยถามต่อไปว่า ถ้างั้นขอดูแบบดูผ้าหน่อยได้ไหมคะ
พนักงาน ตอบว่า คุณจะดูผ้าอะไรหล่ะครับ
ถามไปอีกว่า แล้วคุณมีอะไรบ้างหล่ะคะ (ณ โมเมนต์นี้เริ่มหงุดหงิดแล้วค่ะ แต่่ยังมีมารยาทอยู่)
พนักงาน ก็มีหลายแบบอ่ะครับ ผ้า อิตาลี ผ้าโน่น ผ้านี่ (จำไมได้ค่ะ) ผ้าร้านเราอิมพอร์ตหมดครับ
พนักงานค่อยๆขยับพาไปที่ชั้นวางผ้าค่ะ ไอวี่และเพื่อนเดิมตามไป เค้าไปหยุดที่หน้าชั้นแล้วก็หันมามองไอวี่ค่ะ
พนักงาน " นี่แหละคร้บ ผ้า" แล้วก็เงียบต่อค่ะ ไม่มียื่นมาให้จับ ไม่มีหยิบสีมาให้ดู ไม่ทำอะไรทั้งนั้นค่ะ
ไอวี่ยังพยายามต่อค่ะ ไหนๆก็เดินทางมาแล้ว ถามไปว่า แล้วผ้าแบบไหน ดีไม่ดียังไคะ
พนักงาน " ผ้าร้านเราก็ดีหมดหล่ะครับ อิมพอร์ตทุกตัว คุณมีบัดเจทเท่าไหร่ล่ะ" เรารับตัดตั้งแต่สามหมื่นบาทขึ้นไปนะครับ ต่ำกว่านั้นไม่รับตัด
หมดความอดทนค่ะ ไอวี่และเพื่อนฝรั่ง(ที่ฟังไม่รู้เรื่อง แต่รู้สึกได้ถึงความ arrogant ของคุณพนักงานผุ้สูงศักดิ์)
เราคุยกันเป็นภาษาฝรั่งเศสว่าไปกันเหอะร้านนี้ราคาเท่าปารีสแต่คุณภาพบริการเท่ากับร้านเย็บเสื้อโหล(เน้นผลิตไม่มีบริการ)
หันไปขอบคุณแล้วเดินออกมาค่ะ คุณพนักงานก็ยังยืนเฉยไม่ตอบขอบคุณกลับ ไม่เดินมาส่ง ไม่ทำอะไรทั้งนั้นค่ะ
โทรศัพท์ไปเล่าให้เพื่อนฟังค่ะ เราก็พยายามวิเคราะห์กันต่างๆนาๆว่าเอ ทำไมร้านที่(อ้าง)ว่ามีดี มีคนใหญ่คนโตมาตัดด้วยมากมาย ทำไมบริการจึงแย่เยี่ยงนี้
เพื่อนบอกว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าเราแต่งตัวธรรมดาเกินไป เดินมากับฝรั้งด้วย เค้ามองว่าเราเป็นพวกประเภทไม่มีกำลังทรัพย์หรือเปล่า เลยดูถูกเอาเสียแต่ต้น
คิดๆดูแล้วก็รู้สึกว่าอยากเขียนเล่าให้คนอื่นฟังค่ะ คราวหน้าหากใครจะไปร้านนี้อาจจะต้องถือหลุย แต่งตัวโก้หรู ทำผมทรงกระบังเดินเข้าไปนะคะ มิเช่นนั้นอาจเจอเหตุการณ์แบบนี้ได้ค่ะ
เจอเหตุการณ์นี้แล้วอยากเล่าประสบการณ์การเดินเข้าร้านแบรนด์เนมที่ปารีสจริงๆค่ะ ว่าแตกต่างและเหมือนกันอย่างไร ไว้โอกาสหน้าจะมาเล่าให้ฟังค่ะ
จะวันคริสต์มาสแล้ว ทำให้นึกถึงคริสต์มาสในฝรั่งเศสที่เคยไปมาค่ะ
ในเมืองไทยคริสต์มาสอาจจะเป็นวันสนุกๆ ไปถ่ายรูปไฟ จัดปาตี้ หรือออกไปดื่มกับเพื่อนฝูง
แต่ในฝรั่งเศส(และคาดว่าอีกหลายๆประเทศ)นั้น
คริสต์มาสเป็นวันครอบครัวค่ะ
คนที่นี่จะถือโอกาสหยุดยาวลากลับไปเที่ยวบ้านพ่อแม่ และทานอาหารมื้อใหญ่กับครอบครัวค่ะ (มื้อใหญ่จริงๆนะคะทานกว่าจะเสร็จหลายชั่วโมงค่ะ บางทีทานเท่ี่ยง เสร็จหกโมงเย็นค่ะ)
อาหารที่ทานๆกันนั้นก็จะล้วนแล้วแต่เป็นของดีอย่างเช่น ฟัวการ์ (foie gras - ขออธิบายนะคะเป็นตับเป็ดที่รสชาติหวานร่อยมากค่ะ เวลาทาน ทานเหมือนแยมค่ะ ปาดบนขนมปัง โรยพริกไทยเล็กน้อย อร่อยอย่าบอกใครค่ะ) ไอวี่เองซื้อทานเป็นประจำ ถึงแม้จะไม่ใช่เทศกาลค่ะอิอิ ส่วนอาหารอื่นๆนะคะ ปลาแซลมอนรมควัน เนื้อขั้นดี ชีส ไวน์ บางบ้านอาจทาน ฟองดู เนื้อ หรือว่า ฟองดูชีส และสุดโปรดของไอวี่เอง คราเครท (raclette - เป็นการเอาชีสแผ่นไปละลายบนเตาแล้วราดทานกับแฮมเบค่อน มันฝรั่ง ผัก หรืออะไรก็ได้ค่ะ)
Raclette สุดอร่อย ราดชีสร้อนๆบนเนื้อแฮม
Foie gras หวานหอมทานกับขนมปังขิง โรยพริกไทยเล็กน้อย เสริ์ฟพร้อมไวน์ขาวที่รสชาติหวานหน่อย
ในคืนนี้เองนั้นจะมีการแลกของขวัญค่ะ เหมือนที่เราอาจจะเคยเห็นในหนังฝรั่ง เราต้องมีของให้ทุกๆคนที่ไปนะคะ เป็นสิ่งสำคัญมากทีเดียวค่ะ ห้ามพลาดห้ามลืมแม้แต่คนเดียว
ครั้งแรกที่ได้รับเชิญไปทานคริสมาสที่บ้านของเพื่อนชาวฝรั่งเศสไม่ได้เตรียมของขวัญไปค่ะสรุปว่า ได้รับของขวัญ(ทั้งๆที่เป็นแขกแปลกหน้า) มาร่วมสิบชิ้นค่ะ รู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูกค่ะ
เอาหล่ะค่ะได้เวลาไปฉลองคริสต์มาแบบไทยๆกับเค้าบ้างค่ะ(ลานเบียร์เวิร์ดเทรด)
Merry X'mas ค่ะ

edit @ 24 Dec 2010 23:05:17 by ivy levallois